แทงข้างหลัง
| หญิงหน่อยโดนแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ… …เจ็บนี้…อีกนาน..!! ถึงปิดห้องร้องไห้…น้ำตาหล่นบนที่นอน…แต่น้ำตาก็ไม่แก้ปัญหาใจ การเปลี่ยนแปลงรายชื่อ ผู้สมัครสส.ระบบสัดส่วนของพรรคพลังประชาชนวันก่อน การต่อรองไม่ลงตัวถึงขั้นที่ต้องส่งไปให้ “ผู้ยิ่งใหญ่นอกราชอาณาจักร” และจบลงที่ฝ่ายหญิงหน่อยสบายใจไปในระดับหนึ่ง ก่อนจะมาจัดรายชื่อใหม่และยอมรับกันได้เมื่อตอนตีสองของคืนวันที่ 6แต่เมื่อเปิดรายชื่อที่ นายสมัคร สุนทรเวช ( เจว็ดการเมือง) หัวหน้าพรรคพลังประชาชนนำส่ง กกต. ปรากฎว่า “โผพลิก” มีแหล่งข่าวแจ้งว่าเป็นการ”สอดไส้” ของ “เนวิน”สมาชิกและสส.เก่าในกทม. ย่อมรู้ดีว่า… การดำเนินการของกลุ่ม นปก.และ พีทีวี ที่ยกพวกไปปิดล้อมบ้านป๋าเปรมในครั้งนั้น ส่งผลเสียหายร้ายแรง ถึงขนาดทางกลุ่มกทม. ออกมาปฏิเสธว่า “พรรคไม่เกี่ยว” เป็นการทำงานในเรื่องส่วนตัวของสมาชิกพรรคทั้งนี้ก็เพื่อลดแรงกระทบฐานเสียง กทม.เมื่อมีการ “สอดไส้” กลุ่มแกนนำ นปก. มาใส่ในรายชื่อสส.ระบบสัดส่วนในลำดับต้นๆ เช่นนี้ จึงเป็นเหตุให้ สส.เก่า กทม. มองออกว่า ฐานเสียงกทม. ย่อมกระเทือนอย่างไม่มีทางแก้ไข และกลายเป็นชนวนเหตุโวยวายถึงขั้นหญิงหน่อยต้องปิดห้องร้องไห้นับชั่วโมง การยอมขอโทษของหัวหน้าพรรค ( เจว็ดการเมือง ) แต่ความร้าวฉานของหญิงหน่อยและนายสมัคร มีมาตั้งแต่การต่อสู้ครั้ง ที่ทำให้คุณหญิงหน่อยเสียหน้ามาแล้ว…เจ็บนั้นไม่มีวันลืม…!! “หญิงหน่อย” ถูก “เนวิน” แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ… ก็ต้องบอกว่า…เจ็บนี้…อีกนาน… อาการ “ร้าวลึก” ในซีกการเมือง “ไทยรักไทยเก่า” คงยากที่จะเยียวยาหรือมองหน้ากันติดอีกแล้ว นั่นคือสาเหตุที่หัวหน้าพรรค “เจว็ดการเมือง” ชื่อสมัคร สุนทรเวช ปฏิเสธไม่ออกบอกนักข่าวไม่ได้ เพราะอาจนำไปสู่การวินิจฉัยยุบพรรคจาก กกต. ได้ไม่ยาก… “ไม่ตอบคือไม่ตอบ” ถ้าตอบแล้วพรรคเสียหายจะตอบหาหอกทำไม…( วาทะสมัคร ) การมาสำรากกับนักข่าวตัวเล็กๆ ถึงขั้นถูก “สยามรัฐ” ประนามด้วยพาดหัวข่าว “สมัครไร้สำนึก” และเป็นกระแสรุนแรงจนถึงขนาดโพลรามคำแหงบอกว่าคะแนนนิยมลดฮวบฮาบ นั่นย่อมเป็นสิ่งบอกเหตุว่า การที่อดีตสส.กทม. ออกมาพุ่งหอกใส่นายสมัครและเนวิน นั้น เป็นอาการของคนที่กำลังจะสูญเสียฐานอำนาจ แก้วที่มันร้าว…ไม่นานก็คงต้องแตก… หากการส่งรายชื่อผู้สมัคร สส.เขตลงประกบกันในวันจันทร์นี้แล้ว… ก่อนที่จะจากจรใช้คอนเวิร์ส…”ทางใครทางมัน” หลังเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 จะว่าไป กลุ่มกทม. ที่เป็น “สายพิราบ” น่าจะรู้มาตั้งนานแล้วว่า ให้มันรู้ซะบ้าง “ไผเผ็นไผ” ก็ “นายใหญ่” ต้องการแค่ สส.จำนวนหนึ่ง ทำหน้าที่”ฝ่ายค้าน“ผสานกับ”การเมืองนอกสภา” ทำหน้าที่ป่วนเมือง…จนกว่าจะประสบความสำเร็จในยุทธศาสตร์เดิมๆ เรียกร้องความน่าเห็นใจ เรียกร้องหาด้วยแรงคิดถึง “นายใหญ่นอกราชอาณาจักร” ผู้โดดเดี่ยวในลอนดอน สื่อเทียมและทีมงานจัดตั้งต้องทำหน้าที่… “ด่าป๋า ด่าทหาร ด่าคมช. ด่ารัฐบาล ด่า สนช. ด่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ ล้มคตส.” เพื่อหาความชอบธรรมในการเรียกร้องให้รื้อคดียึดทรัพย์ขึ้นมาใหม่อย่างน้อยก็เงินที่ถูกอายัดทั้งหมด อาจพอมีช่องหายใจได้ขยับขยายบ้าง ใครจะอดใจได้ล่ะ เดิมพันมันยิ่งใหญ่ถึงขั้น”หมดตัว” จากนั้นประเด็น “ปลดปล่อย 111 นักโทษการเมือง” เป็นสิ่งที่ต้องเรียกร้องในโอกาสต่อไป อาจรวมไปถึง ล้ม กกต. และ ปปช. ซึ่งมาจากรัฐธรรมนูญ 2549 ล้วน ๆ นี่คือสิ่งที่ “อดีตกรรมการพรรคสายพิราบ” จงจำใส่ใจว่า ไม่สนใจวิธีการ ไม่สนใจเป็นรัฐบาลทั้งนั้น ที่สำคัญไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ…ย่อมสบายกว่ากันเยอะเลย เหมือนคนโดนแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ…เจ็บนี้…อีกนาน..!!แก้วที่มันร้าว…ไม่นานก็คงต้องแตก… |
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.