เลือกตั้งยังไงให้สังคมเข้มแข็ง
ระหว่างที่การเมืองในระบบกำลังเซ็ทตัวเองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง 50
ผมกำลังนึกถึง “การปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 2″ แต่ก็ยังมองไม่เห็นทางออกหรือมีกลุ่มใหนจะเป็น
“หัวเรือใหญ่”
เลยกลับไปนึกถึงช่วงก่อนเลือกตั้ง 2548 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาธิปไตยเบ่งบานสุดขีดตามรัฐธรรมนูญ 2540
หลากหลายองค์กร ต่างสังเคราะห์ปัญหาของประเทศชาติไว้อย่างเป็นระบบ
และนำเสนอต่อสังคมมาแล้ว เรียกตัวเองว่า “เครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง”
ในการเลือกตั้งครั้งนั้น เราเรียกร้องประชาชนให้ “โหวตเพื่อสังคมเข้มแข็ง”
แม้ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ การโหวตเพื่อสังคมเข้มแข็งยังไม่ล้าสมัย
จึงขอนำกลับมา “ปัดฝุ่น” เพื่อท่านผู้สนใจ ได้เก็บไปคิด หรือนำไปอ้างอิงในกลุ่มสนทนาครับ
….การเมืองที่ไม่ใช่เงินเป็นใหญ่..
นำเสนอโดย คณะทำงานเครือข่ายการเมืองของพลเมือง ร่วมกันคณะทำงานเครือข่ายยุทธศาสตร์เพื่อเอาชนะความยากจน
….ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของสถาบันดังต่อไปนี้ 1. สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา
2. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
3. วิทยาลัยเพื่อการจัดการทางสังคม
4. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
5. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
6. มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
7. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน
8. มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
9. สถาบันพระปกเกล้าฯ
10 สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
……………………………………………………… การเมืองใหม่ ที่ไม่ใช่เงินเป็นใหญ่
การเมืองแบบเก่า ๆ ที่ใช้เงินเป็นใหญ่แก้ปัญหาของประเทศ และของโลกไม่ได้แล้ว โลกจึงตกอยู่ในสภาพโกลาหล (chaos) มากยิ่งขึ้นทุกที จำเป็นที่เราจะต้องเข้าใจสภาพโกลาหลที่กำลังเกิดขึ้น จึงจะเข้าใจว่า “การเมืองใหม่” คืออะไร มิฉะนั้นเราจะคิดถึงการเมืองในรูปเก่า ๆ และไม่มีทางออกจากวิกฤต
1. อุกกาบาตใหญ่ 2 ลูกที่กระแทกโลกให้เสียสมดุล
โลกมีธรรมชาติที่จะรักษาสมดุล แต่บางครั้งบางคราวมีอุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาชนโลกจนเสียสมดุล ทำให้สรรพชีวิตบนโลกสูญพันธุ์ไปเกือบหมด ดังที่ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน อันทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปพร้อมกับสรรพชีวิตอื่น ๆ เป็นอันมาก
มนุษย์เพิ่งมีขึ้นบนโลกนี้ประมาณ 1 ล้านปีเท่านั้นเอง แต่เดิมมนุษย์ก็อยู่อย่างสมดุลกับธรรมชาติทั้งหลาย แต่มีสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น 2 อย่างที่มีผลทำให้โลกเสียสมดุลอย่างรุนแรง เปรียบประดุจอุกกาบาต ขนาดใหญ่กระแทกโลก “อุกกาบาต” ขนาดใหญ่ 2 ลูกนั้นคือ
“”"”"”"”"การสร้างอาวุธที่มีพลังอำนาจสูง
“”"”"”"”"ทุนขนาดใหญ่
(1) การสร้างอาวุธที่มีพลังอำนาจ (พลานุภาพ) สูง เมื่อชาวยุโรปค้นพบวิทยาศาสตร์ประมาณ 5 ศตวรรษก่อน แล้วเอาความรู้ที่ได้มาสร้างอาวุธที่มีพลังอำนาจสูง เช่น เรือรบ ปืนใหญ่ โลกก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การที่มีเรือรบขนาดใหญ่ที่ทำด้วยเหล็กที่สามารถวิ่งไปได้ทั่วโลก ปืนใหญ่ที่มีอำนาจการทำลายได้ในระยะไกล และปืนกลที่สามารถฆ่าทหารทั้งกองพันได้ เหล่านี้เป็นอำนาจทำลายรุนแรงที่มนุษย์ไม่เคยมีมาก่อน
คนส่วนน้อยที่มีอำนาจทำลายสูงได้ใช้อำนาจนั้นกระทำกับคนส่วนใหญ่ทั่วโลก โดยไล่เข่นฆ่าชาวพื้นเมืองยึดบ้านเล็กเมืองใหญ่เพื่อแย่งชิงทรัพยากรของเขา พลังอำนาจอาวุธอันมหาศาลของคนผิดขาวได้ก่อให้เกิดการเสียสมดุลหมดทั้งโลก และปูพื้นฐานไปสู่ทุนขนาดใหญ่
(2) ทุนขนาดใหญ่ ทุนขนาดใหญ่เป็นของไม่เคยมีมาในโลก การมีเงินขนาดหมื่นล้น แสนล้าน ล้านล้าน ล้านล้านล้าน … ตัวเลขเหล่านี้สามารถเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เราสามารถเติมศูนย์เข้าไปหลังตัวเลขได้เรื่อย ๆ เช่น 100000000000000000000……………………………………………..
ทรัพยากรในโลกมีที่สิ้นสุด (Finite) แต่ความใหญ่ของเงินไม่มีที่สิ้นสุด (infinite) เงินจึงเป็นสิ่งสมมุติที่เป็นมายาคติ แต่อาศัยอำนาจหนุนหลัง และเกิดเป็นอำนาจที่ใหญ่โตมโหฬารที่โลกไม่เคยมีมาก่อน อำนาจเงินหรือธนานุภาพได้ก่อให้เกิดความแตกต่างอย่างรุนแรงทั้งระหว่างปัจเจกชนและระหว่างประเทศ อำนาจเงินขนาดใหญ่ได้ทำลายสิ่งที่มนุษย์เคยยกย่องว่ามีคุณค่า เช่น ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำลายสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และจิตวิญญาณ
ทั้งพลานุภาพและธนานุภาพได้ก่อให้เกิดการเสียสมดุลของโลกอย่างรุนแรง และนำไปสู่สภาพโกลาหลที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน
2. ความซับซ้อนของสังคมสมัยใหม่ กับความล้มเหลวของการเมืองเก่า
สังคมสมัยใหม่เชื่อมโยงกันอย่างสลับซับซ้อนทั้งโลก ข้อมูลข่าวสาร ธุรกิจ และการเงิน ที่เชื่อมโยงติดต่อถึงกัน ทำให้สังคมเป็นระบบที่ซับซ้อน (Complex System) ในระบบที่ซับซ้อน ที่เงินและข้อมูลข่าวสารเคลื่อนด้วยความเร็วของแสง ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงผันแปรกะทันหันอย่างทำนายล่วงหน้าไม่ถูก เกิดความโกลาหลอย่างควบคุมไม่ได้มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ไขได้ยากหรือแก้ไขไม่ได้เลย เช่น
…………….ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยขยายใหญ่ขึ้น
…………….ความไม่เป็นธรรมทางสังคม
…………….การทำลายสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ
…………….การทำลายวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ
…………….วิกฤตการณ์ทางสังคมและพยาธิสภาพทางสังคม เช่น ความแตกสลายทางสังคม (social disintegration) ยาเสพติด ความรุนแรงต่าง ๆ
ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยากต่อการเข้าใจและการแก้ไข ไม่มีรัฐบาลใดสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
สถาบันต่าง ๆ ทางสังคมอ่อนแอเกินที่จะแก้ปัญหาในสังคมที่ซับซ้อนเหล่านี้ได้ สถาบันต่าง ๆ ที่อ่อนแอคือ
…………….สถาบันทางการเมือง
…………….สถาบันทางราชการ
…………….สถาบันทางการศึกษา
…………….สถาบันทางธุรกิจ
…………….สถาบันทางศาสนา
ในเมื่อปัญหายาก แต่เครื่องมือแก้ปัญหาขาดสมรรถนะ ปัญหาจึงสะสมเพิ่มพูนไปสู่สภาวะวิกฤต “การเมืองใหม่” ต้องสามารถแก้ปัญหายาก ๆ ได้ด้วย ไม่ใช่พูดแต่เรื่องใครมีอำนาจเท่านั้น แต่ต้องเป็นอำนาจที่มีสมรรถนะในการแก้ปัญหาที่ยากและซับซ้อน
3. อำนาจกองทัพ และอำนาจเงินแก้ปัญหาไม่ได้
สังคมใช้เวลาในการเรียนรู้จากของจริง แต่เดิมเมื่อบ้านเมืองติดขัดก็ใช้การปฏิวัติรัฐประหาร โดยกองทัพเข้ามาใช้อำนาจทางการเมือง แต่ทั้งกองทัพและสังคมก็ได้เรียนรู้แล้วว่าอำนาจของกองทัพก็ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ยากและสลับซับซ้อนได้ จนบัดนี้ไม่มีใครคิดจะแก้ปัญหาบ้านเมืองด้วยอำนาจของกองทัพอีกต่อไปแล้ว นั่นก็เป็นการเรียนรู้ของสังคมอย่างหนึ่ง
ปัจจุบันทุนขนาดใหญ่ได้เข้ามาเล่นการเมืองโดยตรง ดังที่ว่ามีการใช้เงินกันเป็นหมื่นล้านในการเลือกตั้ง เมื่อทุนขนาดใหญ่เข้ามายึดอำนาจทางการเมือง ประชาธิปไตยก็กลายเป็นธนาธิปไตย เราไม่เห็นการแก้ไขปัญหาโดยการวางรากฐานที่ดี เราไม่เห็นความจริงใจที่จะเคารพและใช้รัฐธรรมนูญให้เกิดประโยชน์อย่างจริงใจ แต่เราเห็นการปิดกั้นกระบวนการทางสังคมและกระบวนการทางปัญญา เราเห็นการใช้ความรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ไฟแห่งความรุนแรงลามเลียไปทั่วประเทศ สังคมมีข้อสงสัยในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย จนขาดความเชื่อถือ (trust) มากขึ้นเรื่อย ๆ
สังคมกำลังได้รับบทเรียนว่า อำนาจเงินแก้ปัญหาของประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้
4. อำนาจอะไรที่จะแก้ปัญหาที่ยากและซับซ้อนได้
ถ้าอำนาจแห่งการใช้พละกำลังเรียกว่าพลานุภาพ และอำนาจแห่งการใช้เงินเรียกว่า ธนานุภาพ มีอำนาจแห่งความร่วมกันเป็นสังคมเรียกว่าสังคมานุภาพ
การเขยื้อนอำนาจ (power shift) ที่จะต้องเกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีดังนี้
พลานุภาพ>>>>>ธนานุภาพ>>>>>สังคมานุภาพ
พลานุภาพกับธนานุภาพนั้นเป็นเรื่องของคนส่วนน้อยทำกับคนส่วนใหญ่ จึงไม่ใช่ประชาธิปไตย เมื่อไม่ใช่ประชาธิปไตยก็แก้ปัญหาไม่ได้ การใช้พละกำลังหรือการใช้เงินเป็นอำนาจจะแก้ปัญหายาก ๆ และสลับซับซ้อนได้อย่างไร แต่สังคมหมายถึงคนทั้งหมด และการร่วมกัน
ความเป็นสังคม หรือ “สังคมแข็งแรง” หมายถึง การร่วมคิด ร่วมทำ
รวมตัว = กระบวนการทางสังคม
ร่วมคิด = กระบวนการทางปัญญา
ร่วมทำ = กระบวนการทางการปฏิบัติร่วมกัน
ฉะนั้น ในความเป็นสังคม หรือ “สังคมเข้มแข็ง” จึงไ