| Book Online
——————————————————————————————– การเมืองไทยกับพัฒนาการรัฐธรรมนูญ เสน่ห์ จามริก ผู้เขียน พิมพ์ครั้งที่ 3 (แก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม) 10 ธันวาคม 2549 หนา 400 หน้า มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จัดพิมพ์ ราคา 270 บาท
อาจารย์เสน่ห์ เขียนหนังสือเล่มนี้และตีพิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2529 จากรายงานวิจัยส่วนหนึ่งของชุดโครงการวิจัย “พัฒนาการสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย” เขากล่าวไว้ในคำนำบรรณาธิการว่า
อาจารย์เสน่ห์ เขียนหนังสือเล่มนี้และตีพิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2529 จากรายงานวิจัยส่วนหนึ่งของชุดโครงการวิจัย “พัฒนาการสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย” เขากล่าวไว้ในคำนำบรรณาธิการว่า “…รัฐธรรมนูญเป็นแกนกลางของการแสวงความเข้าใจถึงสถานภาพของสิทธิมนุษยชนในสังคมการเมืองหนึ่ง ๆ แต่การตั้งเป้าหมายทางวิชาการไว้เช่นนี้ ก็หมายความถึงด้วยว่า การศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องเป็นไปในลักษณะเชิงประจักษ์ สัมพันธ์ต่อสภาพความเป็นจริงของแต่ละบริบททางเศรษฐกิจและสังคม มิใช่โดยยึดติดอยู่กับหลักการหรือสมมติฐานอันเลื่อนลอย หลักทฤษฎีหรืออุดมการณ์อาจนำมาใช้เป็นเกณฑ์คุณค่าหรือเป้าหมายที่จะพึงบรรลุถึงได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งจำเป็นในการศึกษาสิทธิมนุษยชนและรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจประกอบกันไปก็คือเงื่อนไขทางเศรษฐกิจการเมืองซึ่งช่วยให้เกณฑ์คุณค่าหรือเป้าหมายนั้น ๆ เป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ และอย่างไร..”
ความที่ยกมาพอจะบอกให้เห็นได้ว่าการกล่าวถึง “รัฐธรรมนูญ” ในหนังสือเล่มนี้มิได้หมายถึงแต่ส่วนที่เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับบริบทแวดล้อมที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย ซึ่งมีการจัดแบ่งบทดังนี้
บทที่1 ความนำ: รัฐธรรมนูญกับชีวิตการเมือง กล่าวถึงรัฐธรรมนูญในกระบวนการทางสังคม-การเมือง กฎหมายรัฐธรรมนูญกับพัฒนาการทางการเมือง รัฐธรรมนูญกับปัญหาการสร้างสถาบัน บทที่2 ศตวรรษของการเมืองไทยยุคการเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัย บทที่3 ระบอบรัฐธรรมนูญทหารกับปัญหาการพัฒนา บทที่4 ส่งท้ายสู่ : ประชาธิปไตยครึ่งใบ
ในปี 2540 ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปการเมืองและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน มีการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้เป็นครั้งที่สองพร้อมด้วยบทปัจฉิมลิขิต ว่าด้วย “ปฏิรูปการเมือง” แล้วก็เงียบหายไป 9 ปี จนกระทั่งเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน จึงมีการจัดพิมพ์เป็นครั้งที่ 3 เมื่อ 10 ธันวาคม 2549 พร้อมทั้งแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมปัจฉิมลิขิต 2 ว่าด้วยหลุมพรางประชาธิปไตย ซึ่งอ.เสน่ห์ เสนอความเห็นในตอนท้ายสรุปได้ว่า การปฏิรูปประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องของสูตรสำเร็จที่พยายามถอดต้นแบบกันมาจากในบริบทเศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรมอื่น โดยปราศจากพื้นฐานความเข้าใจในประวัติศาสตร์และสังคมวัฒนธรรมของตนเอง แต่ต้องเปิดโอกาสให้มหาชนคนไทยเข้ามาเป็นบทบาทหลักในการปฏิรูปรอบสองนี้ด้วย
มหาชนคนไทยจะมีส่วนเข้าไปมีบทบาทหลักในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้อย่างเข้มข้นสักเพียงใดคงมิใช่เรื่องที่เพียงแต่รอให้ใครหยิบยื่นโอกาสให้ แต่มหาชนนั้นจะต้องก้าวเข้าไปอย่างกระตือรือร้น และควรทราบไว้ด้วยว่าที่ผ่านมา “การเมืองไทยกับพัฒนาการรัฐธรรมนูญ” มีลักษณะเป็นไปเช่นไร โดยหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาช่วยส่องทางอีกแรงหนึ่ง
——————————————————————————————– อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยาม เบนจามิน เอ.บัทสัน ผู้เขียน กาญจนี ละอองศรี และยุพา ชุมจันทร์ บรรณาธิการแปล พิมพ์ครั้งที่ 2 24 มิถุนายน 2547 หนา 502 หน้า มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จัดพิมพ์ ราคา 290 บาท ปฏิวัติ 2475 แต่งโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2547 หนา 544 หน้า มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จัดพิมพ์ ราคา 290 บาท อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยามและปฏิวัติ 2475 เป็นหนังสือสองเล่มที่ควรอ่านควบคู่หรือต่อเนื่องกันไป เพราะถ้าพิจารณาในแง่เวลาแล้ว เล่มแรกกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคก่อนหน้าที่รัชกาลที่ 7 ขึ้นครองราชย์จนกระทั่งเป็นกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและปัจจัยภายใน ภายนอก ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ส่วนเล่มหลังเน้นเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2475 ที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนมาถึงหลังจากนั้นอีก 1 ปี
เป็นหนังสือสองเล่มที่ควรอ่านควบคู่หรือต่อเนื่องกันไป เพราะถ้าพิจารณาในแง่เวลาแล้ว เล่มแรกกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคก่อนหน้าที่รัชกาลที่ 7 ขึ้นครองราชย์จนกระทั่งเป็นกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและปัจจัยภายใน ภายนอก ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ส่วนเล่มหลังเน้นเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2475 ที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนมาถึงหลังจากนั้นอีก 1 ปี ในแง่ผู้เขียน เบนจามิน เอ.บัทสัน ผู้เขียนเล่มแรกนั้นกล่าวได้ว่าเป็น นักประวัติศาสตร์ “ไทย”ที่ดีที่สุดในสังคมโลกภาษาอังกฤษตะวันตกจะพึงผลิตขึ้นมาได้ แม้เป็นชาวอเมริกันก็ตาม ส่วนชาญวิทย์ และธำรงศักดิ์ ผู้เขียนในเล่มหลังนั้นเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์กันมา
ปฏิวัติ 2475 เป็นการรวมงานเขียน 2 เรื่องไว้ในเล่มเดียวกัน ชิ้นแรกเป็นงานเรื่อง 2475 การปฏิวัติสยาม ของชาญวิทย์ นักประวัติศาสตร์และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เน้นบริบทสังคม ทั้งในประเทศและสังคมโลก ที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อความรับรู้แนวความคิด และกระบวนการตัดสินใจทางสังคมการเมือง ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ 2475 และ1 ปีหลังการปฏิวัติ ของ ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ นั้นมีที่มาจากวิทยานิพนธ์ด้านประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2533 โดยศึกษาความคิดและบทบาทของกลุ่มการเมืองฝ่ายต่าง ๆ ที่ต่อสู้แย่งชิงกันหลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของความผันแปรเบี่ยงเบนเส้นทางของระบอบรัฐธรรมนูญ-ประชาธิปไตยไทยตั้งแต่ต้น
——————————————————————————————–
ปรีดี พนมยงค์ และ 4 รัฐมนตรีอีสาน +1 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ บรรณาธิการ พิมพ์ครั้งแรก 11 พฤษภาคม 2544 หนา 442 หน้า มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ร่วมกับหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ จัดพิมพ์ ราคา 190 บาท
ปรีดี พนมยงค์ และ 4 รัฐมนตรีอีสาน +1 เป็นหนังสือที่จัดพิมพ์เนื่องในวาระการจัดงานสัมมนาวิชาการเรื่องปรีดี พนมยงค์ และ 4 รัฐมนตรีอีสาน +1กับการเมืองไทย ในวาระ “ปิดงาน” เฉลิมฉลอง 100 ปีชาตกาล ฯพณฯปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ณ หอศิลปวัฒนธรรม ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2544
เป็นหนังสือที่จัดพิมพ์เนื่องในวาระการจัดงานสัมมนาวิชาการเรื่องปรีดี พนมยงค์ และ 4 รัฐมนตรีอีสาน +1กับการเมืองไทย ในวาระ “ปิดงาน” เฉลิมฉลอง 100 ปีชาตกาล ฯพณฯปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ณ หอศิลปวัฒนธรรม ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 25444 รัฐมนตรีอีสาน + 1 ประกอบด้วย นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ (อุบลราชธานี เกิด2449-ตาย2492) นายจำลอง ดาวเรือง(มหาสารคาม 2453-2492) นายถวิล อุดล (ร้อยเอ็ด 2452-2492) นายเตียง สิริขันธ์ (สกลนคร 2452-2495) ดร.ทองเปลว ชลภูมิ์ (สมุทรสาคร 2455-2492)
เป็นหนังสือที่จัดพิมพ์เนื่องในวาระการจัดงานสัมมนาวิชาการเรื่องปรีดี พนมยงค์ และ 4 รัฐมนตรีอีสาน +1กับการเมืองไทย ในวาระ “ปิดงาน” เฉลิมฉลอง 100 ปีชาตกาล ฯพณฯปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ณ หอศิลปวัฒนธรรม ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 25444 รัฐมนตรีอีสาน + 1 ประกอบด้วย นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ (อุบลราชธานี เกิด2449-ตาย2492) นายจำลอง ดาวเรือง(มหาสารคาม 2453-2492) นายถวิล อุดล (ร้อยเอ็ด 2452-2492) นายเตียง สิริขันธ์ (สกลนคร 2452-2495) ดร.ทองเปลว ชลภูมิ์ (สมุทรสาคร 2455-2492)ในเหตุวิสามัญฆาตรกรรม “ยิงทิ้ง” นักการเมืองทั้งสี่ ระหว่างหลักกม.ที่14-15 บนถนนพหลโยธิน เมื่อ 4 มีนาคม 2492 นั้น ชาญวิทย์ เกษตรศิร |