คนเหนือพรรค

วันพุธ ที่ 14 พฤศจิกายน 2550
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ “คนเหนือพรรค คนเหนือการเมือง”
Posted by Canไทเมือง , 11:53:28 น.
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
เปิดตัวมาเป็น “คนเหนือพรรค คนเหนือการเมือง” ให้กับพรรค รวมใจไทยชาติพัฒนา
ในการสัมนาผู้สมัคร สส.พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาหัวข้อ “ให้โอกาสเลือดใหม่รับใช้กรุงเทพฯ”
และเลือกปาฐกถาเรื่อง “อนาคตประเทศไทย อนาคตกรุงเทพ”
ณ ที่ทำการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา อาคารกลาง เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา
และได้รับการตอบรับจากสมาชิกให้มีความฮึกเหิมในระดับหนึ่ง
สาระสำคัญที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์นำเสนอมี 2 เรื่องคือ เรื่องแรกมาขอบคุณน้องๆ ที่อาสาเข้ามาทำงานการเมือง
และเรื่องที่สอง คือเรื่องมาบ่นว่า การปฏิวัติรัฐประหารในห้วงเวลาที่ผ่านมา ประชาชนมีแต่ความทุกข์
ผมฟังแล้วก็มาในแนวเดียวกับนโยบายด่าทหาร ด่ารัฐบาล ด่าคมช.
เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์ของพรรคพลังประชาชน
ยิ่งไปกว่านั้นยังแบไต๋ออกมาว่า มีผู้คนอาสาเข้ามาทำงานการเมือง เพื่อปลดปล่อย 111 คน ให้หลุดพ้นการจองจำทางการเมือง
แต่นายสมคิดบอกกับลูกพรรคว่า “ไม่ต้องการตรงนั้น… เพราะผ่านมาหมดแล้ว…เวลา 6 ปีผ่านมาหมดแล้ว…”
แถมยังประกาศตัวอยู่เหนือการเมือง
การเข้ามาช่วย “รวมใจไทยชาติพัฒนา”
ก็มาโดยไม่มีตำแหน่งใดๆ เลย
และกำหนดตัวเองว่า “จะเป็นนายสมคิด จะพูดจะคิดจะทำอะไรก็แล้วแต่ต้องมีหลักการ
มีเหตุผลและต้องสามารถทำประโยชน์ให้กับคนไทยได้
ถ้าพรรคทำไม่ดี ผมจะด่า ถ้าพรรคทำดีผมสนับสนุน ผมจะไม่อยู่ภายใต้พรรค ไม่อยู่ภายใต้การเมือง
แต่จะอยู่เหนือพรรค เหนือการเมือง และจะเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทำงานอย่างใสสะอาด
ด้วยจิตวิญญาณ ด้วยอุดมการณ์ ให้มันรู้ไปว่า เงินอยู่เหนือความดี…ให้มันรู้ไป…”
********************
ถ้าเป็นเมื่อซัก 4-5 ปีก่อน อาจารย์สมคิดของผมพูดทำนองนี้ ผมจะยืนขึ้นปรบมือดังๆ ให้อาจารย์สมคิด จนมือแดง
แต่การนิ่งเฉยเมื่อเห็นเรื่องไม่ดีไม่งามในรัฐบาลทักษิณตลอดเวลา 5-6 ปี
อาจารย์เล่นบท “เตมีย์ไบ้” ไม่ปริปาก ไม่กล้าแม้แต่จะคัดค้านการกระทำที่ไม่ชอบทั้งหลายของรัฐบาลทักษิณ
แล้วอาจารย์สมคิดจะไปพูดถึงอุดมการณ์ จิตวิญญาณ การทำงานอย่างใสสะอาดได้ยังไงครับ
เอาล่ะ ผมเชื่อว่าอาจารย์เป็นคนใสสะอาด แต่คนใสสะอาด ทำไมนิ่งเฉยกับความไม่ชอบมาพากล
จนเป็นเหตุให้ประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาล จนรัฐบาลพัง ไม่สามารถแม้แต่จะเข้าไปนั่งทำงานในทำเนียบ
ก่อนที่ทหารจะทำการปฏิวัติเสียอีก
การที่อาจารย์สมคิด ออกมาก่นด่า ว่าคนทำรัฐประหาร ถึงขนาดประกาศทำนอง “ไม่กลัวตาย”
ผมว่าอาจารย์คิดได้……แต่ไม่สายไปหน่อยเหรอครับ
กลับไปทำมาค้าขายดีกว่าครับ อย่าไปเป็นที่ปรึกษาใครอีกเลย
การจะชี้หน้าด่าคนที่ออกมาขับไล่รัฐบาลของอาจารย์
มาโทษเรื่องความแตกแยก มาโทษเรื่องการรัฐประหาร
ทำไมอาจารย์คิดไม่ออกว่า หน้าที่ของรัฐบาลทุกรัฐบาล คือต้องทำทุกอย่างให้เกิดสมานฉันท์
หากไม่สมานฉันท์ มีความแตกแยกเกิดขึ้น คนที่เป็นรัฐบาลอย่างตัวอาจารย์สมคิดควรทำยังไง
อย่างน้อยควรจะมีสำนึกว่า ขณะที่ตนเองได้ทำหน้าที่นั้น ได้ทำหน้าที่อย่างใสสะอาด
อย่างมีอุดมการณ์ทางการเมืองอยู่หรือเปล่า
หรือว่าเงินมันทับไว้ไม่ให้ปริปาก….
แล้วมายกตัวอย่างเรียกร้องหาความเป็นเอกภาพ ความเป็นหนึ่ง ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย
อ้างอิงไปจนถึงยุคกรุงศรีอยุธยา…โธ่ อาจารย์ไม่ทราบเหรอครับ กรุงศรีอยุธยาก็ปฏิวัติชนิดล้างโคตรกันมาทั้งนั้น
แล้วตอนนี้อาจารย์มาบอกว่า “ให้มันรู้ไปว่า เงินอยู่เหนือความดี…ให้มันรู้ไป…”
คำพูดนี้ ไม่ลองถามใจตัวเองว่า 5-6 ปีที่ผ่านมา
“เงิน” มันอยู่เหนือความดี หรือจิตสำนึกแห่งความสมานฉันท์ในตัวอาจารย์หรือเปล่า
ถามเบาๆ ครับ…ถ้าตอบได้ก็ควรจะกลับบ้านเลี้ยงลูก ดูแลเมียดีกว่าครับ
อาจารย์หมดความชอบธรรมใดๆ ที่จะมาพร่ำพูดถึงเรื่องความใสสะอาด
หรือเรื่องความสมานฉันท์หรือเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองจนหมดสิ้นแล้ว
เพราะตอนที่แตกแยกรุนแรงของคนในชาติ
ทำไมอาจารย์ไม่ยกมือขึ้นบ๊ายบาย…ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป
คนเรานั้นจะได้ชื่อว่า “คนดี” ได้อย่างอย่างไร หากแม้นไม่กล้าเพียงแค่จะต่อต้านคนไม่ดี
คนดีนั้นหากไม่มีความกล้าหาญที่จะประกาศความดี ก็ไม่ควรเข้ามาก้าวก่ายการเมือง
เพียงแค่ตอนนั้นคุณเดินจากไปแล้วบอกว่า ผมพอแล้ว ไม่ขอข้องแวะด้วย ก็จะสามารถ”ต่อยอด”
หรือทำ GMO ในทางการเมืองต่อไปได้อย่างสง่างาม
เชื่อผมเถอะครับ วางดาบได้ก็เป็นอรหันต์ ทะเลแม้เวิ้งว้างหากกลับใจได้ก็เหมือนเห็นฟากฝั่ง
อมิตาพุทธ !!!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/canthai
กระท่อมน้อยของลุงแคน
http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=5679.0
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.